0 0
Read Time:3 Minute, 42 Second

ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทย์ ม.มหิดล ผนึกกำลังภาคการศึกษาและภาคเอกชนระดมทุนจัดตั้งกองทุน 84 ปี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ เสริมสร้างศักยภาพของประเทศเพื่อรับมือโรคอุบัติใหม่

ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “84 ปี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ: คุณูปการและแรงบันดาลใจสู่วงการวิทยาศาสตร์” ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ ผนึกกำลังภาคการศึกษาและภาคเอกชนระดมทุนจัดตั้งกองทุน 84 ปี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านจุลชีววิทยา วิทยาภูมิคุ้มกัน และวิทยาศาสตร์สุขภาพ เชื่อมโยงเครือข่ายการวิจัยในระดับนานาชาติ เสริมสร้างศักยภาพของประเทศและในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่

ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโควิด-19 ไวรัสกลายพันธุ์ และการแพร่ระบาดของเชื้อดื้อยา ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ โครงสร้างพื้นฐาน และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ การจัดงานครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการเชิดชูเกียรติบุคคลสำคัญ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์ไทยในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบรับมือโรคอุบัติใหม่อีกด้วย

ศาสตราจารย์ นพ. ประสิทธิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ประธานจัดงาน กล่าวว่า “ในงานนี้ เราได้ระดมทุนเพื่อจัดตั้ง กองทุน 84 ปี ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศในการรับมือกับโรคอุบัติใหม่ เช่น โควิด-19 และการแพร่ระบาดของเชื้อดื้อยา โดยมุ่งเน้นไปที่การสนับสนุนการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรด้านจุลชีววิทยา วิทยาภูมิคุ้มกัน และวิทยาศาสตร์สุขภาพ ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานระดับนานาชาติ โครงสร้างของกองทุนนี้ได้รับการออกแบบให้มีความต่อเนื่องและมีส่วนในการพัฒนาศักยภาพรวมถึงบำรุงรักษาเครื่องมือของงานวิจัยที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับรับมือกับโรคอุบัติใหม่ ทั้งนี้ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ คือ ห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับที่ 3 (Biosafety Level 3 Laboratory), ศูนย์วิจัยจีโนมจุลินทรีย์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์พรชัย มาตังคสมบัติ (CENMIG) มหาวิทยาลัยมหิดล และ Single Cell Genomics Facility ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการศึกษาวิจัยโรคติดเชื้อและโรคอุบัติใหม่ทั้งในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน โดยโครงสร้างเหล่านี้ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพที่สามารถตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงที่ผ่านมา

ศาสตราจารย์ นพ. ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยในการเป็นผู้นำด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพระดับนานาชาติ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการงานวิจัยและโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรองรับสถานการณ์โรคอุบัติใหม่ โดยกล่าวว่า “การเตรียมความพร้อมด้านงานวิจัย เทคโนโลยี และบุคลากรคือสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง มหาวิทยาลัยมหิดลมุ่งมั่นในการเป็นศูนย์กลางของความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถสร้างผลกระทบระดับโลก”

 

งานนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรด้านวิทยาศาสตร์ที่มาร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และแนวทางพัฒนาอนาคตของวงการวิทยาศาสตร์ไทย อาทิ ศาสตราจารย์ ดร. ไพรัช ธัชยพงษ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเทคโนโลยีสารสนเทศตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยได้กล่าวถึงบทบาทของ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ ในการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานการศึกษาวิจัยในประเทศไทย เช่น สทวช. สสวท. สภากาชาด และพร้อมกันนี้ยังมีบุคคลสำคัญที่เป็นผู้นำด้านนโยบายและนวัตกรรมจากทั้งภาคการศึกษาและภาคเอกชนร่วมแสดงความยินดีและการกล่าวคำอวยพรอย่างล้นหลาม

 

การวิจัยที่แข็งแกร่งและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนคือกุญแจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายด้านสุขภาพในอนาคต และ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร. นพ.พรชัย มาตังคสมบัติ คือหนึ่งในผู้ที่บุกเบิกเส้นทางนี้ให้กับประเทศไทย การก่อตั้งกองทุนครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการระดมทุน แต่เป็นการส่งสัญญาณไปยังสังคมว่า ประเทศไทยจะต้องมีระบบสนับสนุนการวิจัยที่แข็งแกร่ง เพื่อรักษาความมั่นคงทางชีวภาพ และปกป้องมนุษยชาติจากภัยคุกคามด้านสุขภาพในอนาคต

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
Previous post Biossance นำเสนอมิติใหม่แห่งการยกกระชับ เพิ่มความแข็งแรง และความชุ่มชื้นให้ผิว ด้วยนวัตกรรมเซรั่มเพียงหนึ่งหยด
Next post เบเยอร์ร่วมแสดงเจตนารมณ์สู่ Net Zero มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน