0 0
Read Time:6 Minute, 19 Second

“เจ้าหญิงนักกฎหมายแห่งแผ่นดิน” พระอัจฉริยภาพด้านนิติศาสตร์และพระกรณียกิจเพื่อความยุติธรรมของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

 

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประสูติเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม พุทธศักราช 2521 เป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ใน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประสูติแต่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และทรงเป็นพระราชนัดดาพระองค์แรกใน พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

พระองค์ทรงเป็นที่ประจักษ์ในพระปรีชาสามารถด้านกฎหมาย จนได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็น “เจ้าหญิงนักกฎหมายแห่งแผ่นดิน” ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อส่งเสริมหลักนิติธรรม ความยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนทั้งในประเทศไทยและระดับสากล

ตราประจำพระองค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

พระอัจฉริยภาพด้านการศึกษาและนิติศาสตร์

เส้นทางการศึกษาของพระองค์สะท้อนถึงพระวิริยะอุตสาหะอย่างยิ่ง โดยทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับสอง และทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

นอกจากนี้ยังทรงสำเร็จการศึกษา เนติบัณฑิตไทย (น.บ.ท.) จากเนติบัณฑิตยสภา ก่อนศึกษาต่อจนได้รับปริญญา Master of Laws (LL.M.) และ Doctor of the Science of Law (J.S.D.) จาก มหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา

ความสำเร็จทางวิชาการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึง พระอัจฉริยภาพด้านนิติศาสตร์ และความมุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้ด้านกฎหมายมาพัฒนาประเทศชาติ

พระกรณียกิจด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

ในด้านวิชาชีพกฎหมาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาฯ ทรงเข้าปฏิบัติหน้าที่ใน สำนักงานอัยการสูงสุด และทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์พระองค์แรกที่ทรงปฏิบัติหน้าที่ในสายงานอัยการอย่างจริงจัง

พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมหลักนิติธรรม และความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังและผู้ด้อยโอกาสในสังคม

โครงการกำลังใจ: คืนโอกาสสู่สังคม

หนึ่งในพระกรณียกิจสำคัญคือ “โครงการกำลังใจ” ซึ่งมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ และครอบครัว โดยเฉพาะสตรีและเยาวชน เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรีและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

โครงการดังกล่าวสะท้อนพระราชปณิธานในการสร้างสังคมแห่งความเข้าใจ การให้โอกาส และการลดการกระทำผิดซ้ำ อันเป็นแนวทางสำคัญของกระบวนการยุติธรรมสมัยใหม่

ข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) ผลงานสำคัญระดับโลก

อีกหนึ่งผลงานที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ คือการทรงสนับสนุนแนวทางการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง จนนำไปสู่การรับรอง “ข้อกำหนดกรุงเทพ” (Bangkok Rules) ขององค์การสหประชาชาติ

ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นมาตรฐานสากลว่าด้วย การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงและมาตรการที่มิใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิง ซึ่งช่วยยกระดับการคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงทั่วโลก

ความสำเร็จนี้นับเป็นหนึ่งใน พระเกียรติคุณด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยในเวทีโลก

บทบาทบนเวทีสหประชาชาติ

พระองค์ทรงปฏิบัติหน้าที่ ณ คณะผู้แทนถาวรแห่งประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก โดยทรงมีบทบาทในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาสังคม

บทบาทดังกล่าวสะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล และการทรงงานเพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยในประชาคมโลก

พระราชกรณียกิจเพื่อสังคมและประชาชน

นอกเหนือจากงานด้านกฎหมาย พระองค์ยังทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ผ่าน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ

รวมถึงทรงสนับสนุนงานของ มูลนิธิ ณภาฯ, มูลนิธิกุมาร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า, เครือข่ายคนรักน้องหมา และโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

เจ้าหญิงนักกฎหมาย ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจแก่คนไทย

ด้วยพระปรีชาสามารถด้านกฎหมาย พระวิริยะอุตสาหะในการศึกษา และพระราชหฤทัยที่มุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาฯ ทรงเป็นแบบอย่างของนักกฎหมายผู้ทรงคุณธรรม ผู้ทรงใช้ความรู้เพื่อประโยชน์สุขของสังคม

พระจริยวัตรอันงดงามและพระกรณียกิจอันเป็นคุณูปการต่อประเทศชาติ สะท้อนให้เห็นถึงพระราชปณิธานในการสร้างสังคมที่ยึดมั่นใน ความยุติธรรม ความเสมอภาค และความเมตตา สมดังพระเกียรติคุณแห่ง “เจ้าหญิงนักกฎหมายแห่งแผ่นดิน” ผู้ทรงเป็นแรงบันดาลใจแก่พสกนิกรชาวไทยและนานาประเทศสืบไป

พระกรณียกิจด้านกฎหมายและบทบาทสำคัญในกองทัพ

นอกจากพระกรณียกิจด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมแล้ว สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ยังทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ปฏิบัติหน้าที่สำคัญในสายงานทหาร อันสะท้อนถึงพระปรีชาสามารถ ความรู้ความสามารถ และพระวิริยะอุตสาหะในการรับใช้ประเทศชาติในหลากหลายมิติ

ในด้านกฎหมาย พระองค์ทรงเข้ารับราชการในสำนักงานอัยการสูงสุด โดยเริ่มจากตำแหน่ง อัยการผู้ช่วย สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด ก่อนทรงดำรงตำแหน่ง อัยการจังหวัด ประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการจังหวัดหนองบัวลำภู และต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็น อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ในปี พ.ศ. 2560

พระองค์ทรงเป็นที่ยอมรับในฐานะ “เจ้าหญิงนักกฎหมาย” ผู้ทรงอุทิศองค์ความรู้ด้านนิติศาสตร์เพื่อส่งเสริมหลักนิติธรรม สิทธิมนุษยชน และการพัฒนากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยให้ก้าวหน้าและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

พระเกียรติยศและตำแหน่งสำคัญในกองทัพ

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พุทธศักราช 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี ขึ้นเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

“สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา”

พร้อมทั้งพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์ อันเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของราชอาณาจักรไทย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2564 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลโทหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ซึ่งขณะนั้นทรงดำรงตำแหน่ง อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการภาค 2 สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงดำรงตำแหน่ง เสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเอก) พร้อมพระราชทานพระยศเป็น พลเอกหญิง

นับเป็นพระเกียรติยศอันสูงยิ่ง และสะท้อนถึงพระราชภารกิจสำคัญในการสนองพระเดชพระคุณด้านความมั่นคงและการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์

ต่อมาเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศให้ข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารรับราชการ โดยโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอกหญิง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลเอกพิเศษ)

ตำแหน่งดังกล่าวถือเป็นภารกิจสำคัญยิ่งในโครงสร้างการบังคับบัญชาของหน่วยงานที่มีหน้าที่ถวายความปลอดภัยแด่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในการบริหาร การบังคับบัญชา และการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ

จากบทบาททั้งในแวดวง กฎหมาย การทูต และกองทัพ ทำให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ผู้ทรงคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างรอบด้าน และทรงเป็นแบบอย่างแห่งความมุ่งมั่น เสียสละ และการรับใช้ประชาชนด้วยพระวิริยะอุตสาหะอย่างแท้จริง

https://www.thairath.co.th/news/royal/2592170

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
Previous post ฟันขาวแบบธรรมชาติได้ทุกวัน กับ usmile Optical White 2.0 ยาสีฟันสีม่วงสูตรใหม่
Next post OKMD เปิดตัว “Modern Thai Wisdom” เชื่อมภูมิปัญญาไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ ปั้นคนรุ่นใหม่สู่ตลาดสร้างสรรค์โลก