0 0
Read Time:5 Minute, 48 Second

กรุงเทพฯ 21 สิงหาคม 2569 – เสียงกลองดังกังวานกึกก้อง พร้อมลีลาสิงโตที่เคลื่อนไหวอย่างทรงพลัง ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ในงานแถลงข่าวการทัวร์แสดงประจำปี 2569 ในสิงคโปร์ มาเลเซียและไทย ของสองนาฏศิลป์เรื่อง “Awakening Lion” (ปลุกพลังสิงโต) (醒·狮) และ “Odes to Heroes” (บทเพลงสรรเสริญวีรบุรุษ) (英歌) จากคณะนาฏศิลป์และละครเพลงกว่างโจว (Guangzhou Song and Dance Theatre) ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมี หยาง เสี่ยวหลง (Yang Xiaolong) ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ ผู้แทนนักธุรกิจชาวจีนในประเทศไทย ผู้แทนผู้จัดงานฝ่ายไทยจาก Starfuse และ Two Tigers ตลอดจนหัวหน้าผู้กำกับและออกแบบท่าเต้น รวมถึงตัวแทนนักแสดงจากคณะนาฏศิลป์และละครเพลงกว่างโจว พร้อมด้วยสื่อมวลชนจากจีนและไทย เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในช่วงเวลาสำคัญของการนำมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแห่งหลิงหนานออกสู่เวทีนานาชาติงานแถลงข่าวเปิดฉากอย่างทรงพลังด้วยการแสดง “อิงเกอ” (英歌舞) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ระบำศึกแห่งจีน” เสียงกระทบไม้ของการแสดงอิงเกอดังกึกก้อง ราวกับเดินทางข้ามมหาสมุทรนำสายธารวัฒนธรรมอันสืบทอดยาวนานนับพันปีและจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งแห่งหลิงหนานมาสู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา

ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของคณะนาฏศิลป์และละครเพลงกว่างโจว และหัวหน้าผู้กำกับของการแสดงทั้งสองเรื่อง ได้อธิบายถึงแก่นแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานอย่างลึกซึ้ง โดยนาฏศิลป์เรื่อง “Awakening Lion” (醒·狮) มีรากฐานมาจาก ศิลปะเชิดสิงโตกวางตุ้ง ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมระดับชาติชุดแรกของจีนในปี 2549 และนำเรื่องราวมาจากเหตุการณ์จริงทางประวัติศาสตร์ของการต่อต้านอังกฤษที่ซานหยวนหลี่ เมืองกว่างโจว ภายใต้แนวคิดหลัก “ปลุกจิตวิญญาณแห่งชาติด้วยสิงโตที่ตื่นขึ้น ปลุกพลังใจด้วยเสียงกลอง” ผลงานดังกล่าวเคยคว้ารางวัล Lotus Award (荷花奖) สาขานาฏศิลป์ ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของวงการนาฏศิลป์จีน และ Wenhua Award (文华剧目奖) รางวัลสูงสุดจากรัฐบาลจีนด้านศิลปะการแสดงบนเวทีระดับมืออาชีพ จนได้รับการยกย่องว่าเป็น “นาฏศิลป์แห่งชนชาติที่ปลุกพลังได้อย่างเร้าใจที่สุด”

ขณะที่นาฏศิลป์เรื่อง “Odes to Heroes” (英歌) ซึ่งเป็นผลงานคุณภาพที่ได้รับการสนับสนุนจาก กองทุนศิลปะแห่งชาติจีน (China National Arts Fund) ประจำปี 2568 ได้เจาะลึกวัฒนธรรมของชุมชนชาวจีนโพ้นทะเลในแต้จิ๋ว–ซัวเถา โดยใช้ไม้ตีอิงเกอเป็นสื่อเชื่อมโยงความรัก ความผูกพัน และความคิดถึงบ้านที่ข้ามผ่านมหาสมุทร พร้อมนำองค์ประกอบของมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหลากหลายแขนงมาถ่ายทอดบนเวที ไม่ว่าจะเป็น จดหมายและเอกสารจากชาวจีนโพ้นทะเล (侨批) งานปักแต้จิ๋ว และศิลปะประดับกระเบื้องเคลือบ

ผลงานทั้งสองเรื่องสะท้อนแนวคิด “สร้างความแข็งแกร่งให้คณะด้วยผลงานการแสดง” ที่คณะนาฏศิลป์และละครเพลงกว่างโจวยึดถือมาตลอด 61 ปี ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงการนำวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมมาต่อยอดและสร้างสรรค์ในรูปแบบใหม่เท่านั้น แต่การทัวร์ครั้งนี้ยังมีภารกิจสำคัญในการส่งเสริม การแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ระหว่างอารยธรรม ในยุคปัจจุบันอีกด้วย

ในช่วงการพูดคุยกับนักแสดงนำ ผู้จัดงานและนักแสดงได้ร่วมแลกเปลี่ยนอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับเนื้อเรื่องใน “Odes to Heroes” ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของชาวแต้จิ๋ว–ซัวเถาที่เดินทาง “ลงสู่ทะเลใต้” (下南洋) เพื่อแสวงหาชีวิตใหม่ จดหมายจากชาวจีนโพ้นทะเลที่เดินทางข้ามมหาสมุทร และความคิดถึงบ้านเกิดของผู้ที่ยังคงผูกพันกับแผ่นดินมาตุภูมิ ล้วนสะท้อนความทรงจำร่วมที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจของครอบครัวชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋วหลายล้านคน

Devin โปรดิวเซอร์จาก Starfuse ผู้จัดงานฝ่ายไทย ได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นและแผนกลยุทธ์ในการนำการแสดงครั้งนี้มาจัดที่กรุงเทพฯ โดยระบุว่าจะใช้ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ (Muangthai Rachadalai Theatre) เป็นเวทีหลัก พร้อมเดินหน้าประชาสัมพันธ์อย่างรอบด้านสู่ผู้ชมชาวไทย เพื่อให้การแสดงพิเศษทั้ง 6 รอบ ได้รับการนำเสนอด้วยมาตรฐานและคุณภาพสูงสุด

ช่วงสำคัญของงานมุ่งเน้นไปที่ การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมสองทางระหว่างจีนและไทย โดยในพิธีเปิดตัว หยาง เสี่ยวหลง ที่ปรึกษาฝ่ายวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ และตัวแทนผู้จัดงาน ได้ร่วมกันประกอบพิธี แต้มตาเบิกเนตรสิงโตมงคล

“แต้มแรกที่หน้าผาก ให้ดาวแห่งโชคลาภส่องสว่าง แต้มที่สองที่ดวงตา ให้จิตใจแจ่มใสและเปี่ยมพลัง” เมื่อพิธีแต้มตาเสร็จสมบูรณ์ สิงโตมงคลได้ออกมาร่ายรำ สื่อความหมายถึง มิตรภาพระหว่างจีนและไทยที่ยั่งยืนสืบไป

จากนั้นบนเวทีได้นำเสนอการแสดง “กิเลน–สิงโต สองสัตว์มงคลเคียงคู่” (麟狮双璧) โดยสิงโตขาว–ทอง ซึ่งเป็นตัวแทนของจิตวิญญาณอันไม่ยอมแพ้แห่งวัฒนธรรมกวางตุ้ง ร่วมแสดงกับ กิเลน สัตว์มงคลที่เป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรม ความเมตตา และความสงบสุข

ตามข้อมูลทางวัฒนธรรมระบุว่า วัฒนธรรมกิเลนได้เดินทางเข้าสู่ประเทศไทยพร้อมกับชาวจีนตั้งแต่สมัยโบราณ โดยในภาษาไทยเรียกว่า “กิเลน” (Ghilen) และปรากฏในคติความเชื่อเกี่ยวกับสัตว์หิมพานต์ การที่สัตว์มงคลทั้งสองมาปรากฏบนเวทีเดียวกันในครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นภาพสะท้อนเชิงสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งนาฏศิลป์ทั้งสองเรื่อง แต่ยังเป็น บทสนทนาอันมีชีวิตชีวาระหว่างวัฒนธรรมมงคลของจีนและไทยที่มีสายสัมพันธ์ร่วมกัน

ในช่วงท้ายของงานแถลงข่าว ผู้จัดงานได้ประกาศกำหนดการแสดงอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดย “Awakening Lion” (醒·狮) จะเปิดการแสดงในวันที่ 3–4 ตุลาคม 2569 ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ กรุงเทพฯ และ “Odes to Heroes” (英歌) จะขึ้นแสดงต่อเนื่องในวันที่ 10–11 ตุลาคม 2569

ในฐานะกิจกรรมสำคัญของ “2026 Guangzhou Culture Week” นาฏศิลป์ทั้งสองเรื่องได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ชมในประเทศจีนมาแล้ว ด้วยการนำศิลปะการต่อสู้สายใต้ขนบธรรมเนียมพื้นบ้านกวางตุ้ง และเทคโนโลยีเวทีสมัยใหม่มาผสมผสานกันอย่างสร้างสรรค์ จนได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ชมว่าเป็นผลงานทางวัฒนธรรมที่สามารถ “ปลุกสายเลือดและจิตวิญญาณให้ตื่นขึ้น”

การเดินทางมาเปิดการแสดงในประเทศไทยครั้งนี้ จะใช้ “นาฏศิลป์” เป็นสื่อกลาง เพื่อให้ผู้ชมชาวไทยและพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนได้สัมผัสถึงความผูกพันทางจิตใจและมิตรภาพอันยาวนานระหว่างกัน ผ่านมหกรรมศิลปะการแสดงอันทรงคุณค่า

“จีน–ไทยมิใช่อื่นไกล พี่น้องกัน สายธารวัฒนธรรมเชื่อมโยงกันแม้อยู่ห่างไกลนับหมื่นลี้” เมื่อการแถลงข่าวสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ บทใหม่ของการนำมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมแห่งหลิงหนานออกสู่เวทีนานาชาติได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว พร้อมนัดหมายผู้ชมอีกครั้งในฤดูใบไม้ร่วง เดือนตุลาคมนี้ ณ โรงละครใจกลางกรุงเทพฯ

ข้อมูลการจำหน่ายบัตร (เปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการแล้ว) สำหรับนาฏศิลป์ “Awakening Lion” (·) และ “Odes to Heroes” (英歌) สามารถสแกน QR Code เพื่อซื้อบัตรราคา: 5,000 / 4,000 / 3,000 / 2,000 / 1,500 บาท

ช่องทางจำหน่ายบัตร: สามารถเลือกที่นั่งและซื้อบัตรออนไลน์ผ่าน Thai Ticket Major หรือสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับ บัตรสำหรับหมู่คณะ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 082-207-7077

หมายเหตุ: การแสดงครั้งนี้เป็นเวอร์ชันอย่างเป็นทางการสำหรับการทัวร์ต่างประเทศ โดยการแสดงที่กรุงเทพฯ ทั้ง 6 รอบมีจำนวนที่นั่งจำกัด จึงแนะนำให้ผู้ชมสำรองบัตรล่วงหน้าเพื่อเลือกที่นั่งที่ต้องการ

 

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %
Facebook Comments Box
Previous post แสนสิริ ผนึกกำลัง ลิกซิล รังสรรค์อนาคตแห่งการอยู่อาศัย เพื่อชีวิตที่ยั่งยืนของคนไทย